<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>nichecartel.com</title>
	<atom:link href="http://nichecartel.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://nichecartel.com</link>
	<description>สาระทั่วไป</description>
	<lastBuildDate>Tue, 21 Feb 2012 12:39:39 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3</generator>
		<item>
		<title>พิสูจน์แล้ว!! สภาพผมส่งผลต่อสุขภาพจิต</title>
		<link>http://nichecartel.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7-%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9c%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9c/</link>
		<comments>http://nichecartel.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7-%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9c%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9c/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 21 Feb 2012 12:37:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://nichecartel.com/?p=51</guid>
		<description><![CDATA[สังเกตตัวเองกันบ้างไหมคะ ว่าวันไหนที่สาว ๆ รู้สึกว่าตัวเองผมไม่สวยเอาเสียเลย ไม่ว่าจะเพราะผมลีบ ผมมัน ผมฟูเพราะอากาศชื้น ฯลฯ จะทำให้คุณอารมณ์บูดไปได้ทั้งวัน ไม่อยากออกไปไหน ไม่อยากไปพบปะเจอผู้คนเยอะ ๆ ทั้งนี้ไม่ใช่แค่คุณเท่านั้นที่มีอาการดังกล่าว เพราะดูท่าทางคุณผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ตกอยู่ในอารมณ์เช่นนี้ในวันที่ผมไม่สวยอย่างใจเช่นเดียวกัน โดยความรู้สึกหงุดหงิดสุขภาพจิตเสียที่มีสาเหตุมาจากสุขภาพผมไม่ดีนั้น ได้รับการพิสูจน์โดยนักจิตวิทยาแล้ว ว่ามีความเชื่อมโยงส่งผลถึงกันจริง ศาสตราจารย์วิเวียน ดีลเลอร์ นักจิตวิตยา และผู้เขียนหนังสือ &#8221;Face It&#8221; ซึ่งว่าด้วยเรื่องความงามและรูปลักษณ์ภายนอกส่งผลถึงสุขภาพจิตอย่างไร โดยศาสตราจารย์ดีลเลอร์กล่าวว่า &#8220;เราทุกคนต่างรู้ดีว่า ความจริงแล้วคนเรานั้นให้ความสำคัญกับเรื่องรูปร่างหน้าตามากขนาดไหน เรารู้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกล้วนส่งผลต่อความมั่นใจส่วนตัว การเข้าสังคม และการใช้ชีวิต&#8221; และต่อให้สิ่งที่คนส่วนใหญ่ก็เชื่อกันว่า &#8220;ความดีต้องออกมาจากข้างใน&#8221; แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีรูปลักษณ์ที่ดูดี ทั้งหน้าตา ทั้งผมเผ้าที่ดูดี ทำให้เรามีความรู้สึกเชิงบวกกับตัวเอง แม้จะฟังดูตื้น ๆ แต่ก็เป็นความจริงอย่างยิ่งเลยทีเดียว วันที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เรียบร้อย นอกจากคุณจะรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองแล้ว ยังรู้สึกหวาดระแวง กังวลว่าคนรอบข้างจะมองคุณอย่างไร เมื่อไรที่คุณรู้สึกว่าตัวเองไม่มีเสน่ห์ไม่น่ามอง พาลทำให้คิดถึงหรือมองเรื่องอื่น ๆ ในด้านลบ หรือมองด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว ทำให้สุขภาพจิตย่ำแย่ไปด้วยนั่นเอง หากรู้ว่าการดูแลผมให้ดูสุขภาพดี จะส่งผลต่อสุขภาพจิตได้เช่นนี้ สาว ๆ ก็อย่ารอช้าที่จะหมั่นบำรุงดูแลเส้นผมให้สวยเงางาม และชุ่มชื้นเป็นประจำ รวมทั้งดูแลภาพรวมของทั้งเรือนร่างให้ดูดีอยู่เสมอด้วยนะคะ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://img.kapook.com/image/women_3/01_258.jpg" alt="" /></p>
<p>สังเกตตัวเองกันบ้างไหมคะ ว่าวันไหนที่สาว ๆ รู้สึกว่าตัวเองผมไม่สวยเอาเสียเลย ไม่ว่าจะเพราะผมลีบ ผมมัน ผมฟูเพราะอากาศชื้น ฯลฯ จะทำให้คุณอารมณ์บูดไปได้ทั้งวัน ไม่อยากออกไปไหน ไม่อยากไปพบปะเจอผู้คนเยอะ ๆ ทั้งนี้ไม่ใช่แค่คุณเท่านั้นที่มีอาการดังกล่าว เพราะดูท่าทางคุณผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ตกอยู่ในอารมณ์เช่นนี้ในวันที่ผมไม่สวยอย่างใจเช่นเดียวกัน โดยความรู้สึกหงุดหงิดสุขภาพจิตเสียที่มีสาเหตุมาจากสุขภาพผมไม่ดีนั้น ได้รับการพิสูจน์โดยนักจิตวิทยาแล้ว ว่ามีความเชื่อมโยงส่งผลถึงกันจริง</p>
<p>ศาสตราจารย์วิเวียน ดีลเลอร์ นักจิตวิตยา และผู้เขียนหนังสือ &#8221;Face It&#8221; ซึ่งว่าด้วยเรื่องความงามและรูปลักษณ์ภายนอกส่งผลถึงสุขภาพจิตอย่างไร โดยศาสตราจารย์ดีลเลอร์กล่าวว่า &#8220;เราทุกคนต่างรู้ดีว่า ความจริงแล้วคนเรานั้นให้ความสำคัญกับเรื่องรูปร่างหน้าตามากขนาดไหน เรารู้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกล้วนส่งผลต่อความมั่นใจส่วนตัว การเข้าสังคม และการใช้ชีวิต&#8221; และต่อให้สิ่งที่คนส่วนใหญ่ก็เชื่อกันว่า &#8220;ความดีต้องออกมาจากข้างใน&#8221; แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีรูปลักษณ์ที่ดูดี ทั้งหน้าตา ทั้งผมเผ้าที่ดูดี ทำให้เรามีความรู้สึกเชิงบวกกับตัวเอง</p>
<p>แม้จะฟังดูตื้น ๆ แต่ก็เป็นความจริงอย่างยิ่งเลยทีเดียว วันที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เรียบร้อย นอกจากคุณจะรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองแล้ว ยังรู้สึกหวาดระแวง กังวลว่าคนรอบข้างจะมองคุณอย่างไร เมื่อไรที่คุณรู้สึกว่าตัวเองไม่มีเสน่ห์ไม่น่ามอง พาลทำให้คิดถึงหรือมองเรื่องอื่น ๆ ในด้านลบ หรือมองด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว ทำให้สุขภาพจิตย่ำแย่ไปด้วยนั่นเอง</p>
<p>หากรู้ว่าการดูแลผมให้ดูสุขภาพดี จะส่งผลต่อสุขภาพจิตได้เช่นนี้ สาว ๆ ก็อย่ารอช้าที่จะหมั่นบำรุงดูแลเส้นผมให้สวยเงางาม และชุ่มชื้นเป็นประจำ รวมทั้งดูแลภาพรวมของทั้งเรือนร่างให้ดูดีอยู่เสมอด้วยนะคะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://nichecartel.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7-%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9c%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คันหู คู่โรค</title>
		<link>http://nichecartel.com/%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b9-%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84/</link>
		<comments>http://nichecartel.com/%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b9-%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 21 Feb 2012 11:52:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[casino online]]></category>
		<category><![CDATA[slot online]]></category>
		<category><![CDATA[sport betting]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://nichecartel.com/?p=49</guid>
		<description><![CDATA[คันหู คู่โรค วันนี้มาบอกเล่าถึง อาการ “คัน” ยิ่งถ้าเป็นอวัยวะที่มีซอกหลืบเยอะอย่าง “หู” ก็มักตีคู่มากับการเกา และขั้นกว่าคือมีเครื่องมือช่วย นั่นคือ “ไม้แคะหู” อุปกรณ์คู่มือยิ่งเกายิ่งมัน ยิ่งคันก็ยิ่งเกา และยิ่งเละ เพราะการลากไม้แคะไปในท่อหูอ่อนๆ แต่ละครั้งจะทำให้เกิดรอยแผลเล็กๆ ขึ้นมากมายโดยเราไม่รู้ตัว ปรากฏการณ์เจ็บๆคันๆยันหูอื้อจำต้องมีผู้ร้ายที่ต้องหาให้เจอ เพราะบางทีถ้าเผลอไปคันเอาสุ่มๆจะเป็นเรื่องเนื่องด้วยหูเป็นอวัยวะซับซ้อนไม่ได้ใช้กั้นสมองอย่างเดียว หากแต่ช่วยในการทรงตัวให้เรายืนอยู่ติดพื้นได้ ถ้าเกิด “หูพัง” หรือ “หูดับ” จากเส้นประสาทขึ้นมาแล้วจะมีผลต่อการเดินดินของเรามากเลย ซึ่งนับไปมาแล้วก็มีผู้ร้ายใกล้หูอยู่มากพอดู เริ่มจาก “แคะหูถี่” มีตัวช่วยเร่งปฏิกิริยาคือ “ไม้แคะหู” ถ้าเป็นไม้ธรรมดาก็ยังพอว่า แต่ถ้าหาไม้ไม่ได้แล้วจำต้องใช้ของใกล้ตัวอย่าง “เส้นผม” หรือ “ไม้จิ้มฟัน” แล้วละก็มีสิทธิ์ “หูป่วย” ได้เร็วขึ้น โดยเป็นได้ตั้งแต่รูหูอักเสบไปจนถึงแก้วหูทะลุหนองทะลัก วิธีแก้คืออย่าแคะหูถี่ไป โดยเฉพาะหลังอาบน้ำหูแฉะใหม่ๆ ไม่ควรแคะทันทีและถ้ามีอาการเจ็บๆ คันๆ ก็อาจต้องให้คุณหมอช่วยส่องดูสักนิด เพราะอาจมีเชื้อราแพร่พันธุ์อยู่ “มีอุบัติเหตุ” นอกจากการถูกกระทบกระแทกหูอย่างแรงจากการตกตึก, รถชน, ถูกสัมผัสบ้องหูด้วยหลังมือ แล้วอุบัติเหตุร้ายที่ทำลายหูที่สำคัญคือ “เสียง” ครับ เสียงที่ดังเกิน 70เดซิเบล (บ้านอยู่ติดถนนก็ใช่แล้ว) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คันหู คู่โรค</p>
<p>วันนี้มาบอกเล่าถึง อาการ “คัน” ยิ่งถ้าเป็นอวัยวะที่มีซอกหลืบเยอะอย่าง “หู” ก็มักตีคู่มากับการเกา และขั้นกว่าคือมีเครื่องมือช่วย นั่นคือ “ไม้แคะหู” อุปกรณ์คู่มือยิ่งเกายิ่งมัน ยิ่งคันก็ยิ่งเกา และยิ่งเละ เพราะการลากไม้แคะไปในท่อหูอ่อนๆ แต่ละครั้งจะทำให้เกิดรอยแผลเล็กๆ ขึ้นมากมายโดยเราไม่รู้ตัว</p>
<p>   ปรากฏการณ์เจ็บๆคันๆยันหูอื้อจำต้องมีผู้ร้ายที่ต้องหาให้เจอ เพราะบางทีถ้าเผลอไปคันเอาสุ่มๆจะเป็นเรื่องเนื่องด้วยหูเป็นอวัยวะซับซ้อนไม่ได้ใช้กั้นสมองอย่างเดียว หากแต่ช่วยในการทรงตัวให้เรายืนอยู่ติดพื้นได้ ถ้าเกิด “หูพัง” หรือ “หูดับ” จากเส้นประสาทขึ้นมาแล้วจะมีผลต่อการเดินดินของเรามากเลย</p>
<p>              ซึ่งนับไปมาแล้วก็มีผู้ร้ายใกล้หูอยู่มากพอดู เริ่มจาก “แคะหูถี่” มีตัวช่วยเร่งปฏิกิริยาคือ “ไม้แคะหู” ถ้าเป็นไม้ธรรมดาก็ยังพอว่า แต่ถ้าหาไม้ไม่ได้แล้วจำต้องใช้ของใกล้ตัวอย่าง “เส้นผม” หรือ “ไม้จิ้มฟัน” แล้วละก็มีสิทธิ์ “หูป่วย” ได้เร็วขึ้น โดยเป็นได้ตั้งแต่รูหูอักเสบไปจนถึงแก้วหูทะลุหนองทะลัก วิธีแก้คืออย่าแคะหูถี่ไป โดยเฉพาะหลังอาบน้ำหูแฉะใหม่ๆ ไม่ควรแคะทันทีและถ้ามีอาการเจ็บๆ คันๆ ก็อาจต้องให้คุณหมอช่วยส่องดูสักนิด เพราะอาจมีเชื้อราแพร่พันธุ์อยู่</p>
<p>              “มีอุบัติเหตุ” นอกจากการถูกกระทบกระแทกหูอย่างแรงจากการตกตึก, รถชน, ถูกสัมผัสบ้องหูด้วยหลังมือ แล้วอุบัติเหตุร้ายที่ทำลายหูที่สำคัญคือ “เสียง” ครับ เสียงที่ดังเกิน 70เดซิเบล (บ้านอยู่ติดถนนก็ใช่แล้ว) ก็เริ่มทำลายการได้ยินของหู ถ้าดังมากเกิน 100เดซิเบลจะทำลายประสาทหูชั้นในจนทำให้หูดับอย่างถาวรได้ การใช้หูฟังก็มีส่วนสำคัญ โดยเฉพาะหูฟังชนิดเสียบเข้าไปลึกล้ำแทบถึงก้านสมอง ต้องพักหูบ้าง</p>
<p>              “ว่ายน้ำบ่อย” ฉลามน้อยฉลามใหญ่แต่ไม่ใช่ฉลามบกมักมีปัญหา “หููแฉะ” เพราะแคะหูหลังว่ายน้ำ และน้ำนั่นเองที่เป็นตัวทำให้ “หูเปื่อย” โดยเฉพาะท่อหูส่วนนอก นักว่ายน้ำเป็นกันมาก เรื่อง “หูส่วนนอกอักเสบ (External Otitis)” จนฝรั่งตั้งชื่อให้โรคนี้ว่าเป็นโรคหูนักว่ายน้ำ(Swimmer’s ear) อาการที่ว่าอาจเป็นในคนที่เพิ่งว่ายน้ำใหม่ๆ ก็ได้ เกิดจากหูเปียกแล้วมือไม่อยู่สุขไปแคะเข้า</p>
<p>              และ “ร้อยภูมิแพ้” แก้ไม่ยากหาก “คุมแพ้” ให้อยู่หมัด อาการภูมิแพ้สามารถขึ้นไปจมูก, ลูกตา และหูได้ทำให้คันยุบยิบเชียว ท่านที่ขึ้นเครื่องบินจะสังเกตได้ว่าเวลาเครื่องขึ้นหรือลงจะมีเสียงเด็กร้องฟีเจอริ่งเข้ามาด้วยเสมอ เพราะอาการตันที่ท่อหูจากภูมิแพ้ทำให้เจ็บปวดมากเวลาเครื่องบินเปลี่ยนระดับจากความดันอากาศข้างใน ให้คุมโรคแพ้ด้วยการออกกำลังกับกินอาหารต้านแพ้จะช่วยได้มาก</p>
<p>              ที่สำคัญการ “แก้ด้วยยา” ยาไม่ใช่ทางออกของร้อยโรคเสมอไปยากินหลายอย่างที่ทำลายหูโดยเฉพาะยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อกลุ่มแบคทีเรียทางเดินปัสสาวะและทางเดินอาหาร หรืออย่างยาฆ่าเชื้อ “วัณโรค” อย่างสเตร็ปโตมัยซินฉีดแล้วก็ทำให้ประสาทหูเสียได้ บางรายมีเสียงวิ้งๆ หึ่งๆ น่ารำคาญเหมือนมีสถานีวิทยุหรือวงมโหรีไม่ได้รับเชิญอยู่ในหัว ฟังมากๆ พาลจะเป็นโรคประสาทเอา บางครั้งแม้หยุดยาแล้วอาการก็ยังไม่หายเพราะประสาทหูเสียถาวรไปแล้ว อยากขอวอนให้ใช้ยาตามความจำเป็น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://nichecartel.com/%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b9-%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สัปะรดลดหวัด</title>
		<link>http://nichecartel.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://nichecartel.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Feb 2012 21:42:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[casino online]]></category>
		<category><![CDATA[slot online]]></category>
		<category><![CDATA[sport betting]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://nichecartel.com/?p=44</guid>
		<description><![CDATA[สับปะรด เป็นผลไม้อมหวานอมเปรี้ยว ที่สามารถนำไปทำอาหารทั้งคาว และหวานได้อร่อยหลายชนิด และให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ ร่างกายมากมายโดยที่คุณอาจไม่รู้ &#160; หากเรากินสับปะรด หลังอาหาร เราจะรู้สึกเบาสบายท้องและไม่อึดอัด เพราะสับปะรดมีความสามารถในการช่วยย่อย โดยเฉพาะในสารอาหารโปรตีน  เราจึงเห็นคนส่วนใหญ่ใช้สับปะรดในการหมักเนื้อสัตว์ต่างๆ ให้นุ่มขึ้น รวมถึงสับปะรดอุดมไปด้วยวิตามินซีสูงจึงช่วยเสริมสุขภาพ และภูมิต้านทานโรคได้ดีขึ้น &#160; กินสับปะรดบ่อยๆ ทำให้สุขภาพดี ไม่ค่อยเป็นหวัด และในสับปะรดยังมีโพแทสเซียมสูงที่ช่วยป้องกันการเป็นตะคริวและลดความดันได้ นอกจากนี้สับปะรดยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบได้เป็นอย่างดี  ส่วนปริมาณที่เหมาะสมของสับปะรด ในการบริโภคก็คือ 100 กรัมต่อวัน และควรกินสับปะรดสดๆ โดยไม่ผ่านการประกอบอาหารที่ใช้ความร้อนเพื่อป้องกันการสูญเสียวิตามินต่างๆ ไป เพื่อสุขภาพ ที่ดีของคุณ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://content.mthai.com/upload_images/1/hh-pignew-055.jpg" alt="สัปปะรด สุขภาพ เป็นหวัด วิตามิน กิน ผลไม้" /></p>
<p><em>สับปะรด </em>เป็นผลไม้อมหวานอมเปรี้ยว ที่สามารถนำไปทำอาหารทั้งคาว และหวานได้อร่อยหลายชนิด และให้ประโยชน์ต่อ<em>สุขภาพ </em>ร่างกายมากมายโดยที่คุณอาจไม่รู้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากเรากิน<em>สับปะรด </em>หลังอาหาร เราจะรู้สึกเบาสบายท้องและไม่อึดอัด เพราะสับปะรดมีความสามารถในการช่วยย่อย โดยเฉพาะในสารอาหารโปรตีน  เราจึงเห็นคนส่วนใหญ่ใช้สับปะรดในการหมักเนื้อสัตว์ต่างๆ ให้นุ่มขึ้น รวมถึงสับปะรดอุดมไปด้วยวิตามินซีสูงจึงช่วยเสริมสุขภาพ และภูมิต้านทานโรคได้ดีขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>กินสับปะรดบ่อยๆ ทำให้สุขภาพดี ไม่ค่อยเป็นหวัด และในสับปะรดยังมีโพแทสเซียมสูงที่ช่วยป้องกันการเป็นตะคริวและลดความดันได้</p>
<p>นอกจากนี้สับปะรดยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบได้เป็นอย่างดี  ส่วนปริมาณที่เหมาะสมของ<em>สับปะรด </em>ในการบริโภคก็คือ 100 กรัมต่อวัน และควรกินสับปะรดสดๆ โดยไม่ผ่านการประกอบอาหารที่ใช้ความร้อนเพื่อป้องกันการสูญเสียวิตามินต่างๆ ไป เพื่อ<em>สุขภาพ </em>ที่ดีของคุณ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://nichecartel.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จริงไหม&#8230;ตัวตนของคู่ชีวิต เปิดเผยหลังแต่งงาน</title>
		<link>http://nichecartel.com/%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://nichecartel.com/%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Feb 2012 08:03:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[casino online]]></category>
		<category><![CDATA[slot online]]></category>
		<category><![CDATA[sport betting]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://nichecartel.com/?p=39</guid>
		<description><![CDATA[ตอนที่พวกเรายังเป็นเด็กเล็ก ๆ เวลาที่ฟังนิทานที่พ่อกับแม่เล่าให้ฟังก่อนนอน พอได้ยินคำว่า &#8220;&#8230;แล้วทั้งสองก็อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา&#8230;&#8221; พวกเราก็จะยิ้มอย่างสบายใจที่ในที่สุดเจ้าชายกับเจ้าหญิงก็ได้ครองคู่กัน อย่างสงบสุขเสียที และนิทานเรื่องนั้นก็จบบริบูรณ์ลงที่ตรงนั้นก่อนที่จะได้เริ่มฟังเรื่องใหม่ ในคืนต่อไป          บางทีนิทานที่ลงเอยด้วยการครองคู่กันอย่างแสนหวานของเจ้าชายเจ้าหญิงนี้เองที่ อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเราฝังใจมาตั้งแต่เด็ก จนมองการแต่งงานว่าเป็นจุดหมายปลายทางของความรัก คนสองคนที่รักกันพอถึงวันหนึ่งก็จะต้องแต่งงานกัน สาว ๆ เกือบทุกคนฝันถึงชุดแต่งงาน ฝันถึงภาพงานเลี้ยงฉลองพิธีแต่งงานของตัว ว่าจะออกมางดงามแสนหวานอย่างไรแค่ไหน เค้กแต่งงานจะสูงกี่ชั้น เรือนหอรอรักจะเป็นอย่างไร จะไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กันที่ไหน ส่วนภาพต่อจากนั้นดูจะเป็นสีชมพูจัดเสียจนมองไม่เห็นรายละเอียดอะไรอีก รายละเอียดที่ว่านั้นก็คือ ชีวิตจริงที่ยังต้องดำเนินต่อไป ชีวิต จริงของคนสองคนซึ่งมาจากต่างที่ ต่างการอบรมเลี้ยงดู ต่างสภาพแวดล้อม ฯลฯ ที่ต้องมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน เห็นหน้ากันทั้งวันและทุกวัน          ก่อนแต่งงานกับหลังแต่งงานนี่อะไร ๆ ก็ต่างกันมาก จริง ๆ พวกเราก็รู้ ๆ กันดีนั่นล่ะ แต่ทำเป็นไม่รู้เสียอย่างนั้น อย่างตอนที่ยังเป็นแฟนกัน หนุ่มเขาก็หมั่นมาหามาเอาใจดูแลสารพัดทำให้ได้ทุกอย่าง สาวก็ทำตัวเรียบร้อยนุ่มนิ่มเป็นผู้ตามที่ดี ตัวเองว่าไงเค้าก็ว่างั้น เรียกว่าต่างคนต่างทำคะแนนเพื่อให้อีกฝ่ายประทับใจ พอแต่งงานกันสักพัก ประมาณว่าพ้นระยะฮันนีมูนแล้วก็กลายเป็นอีกเรื่อง ฝ่ายชายจากที่เคยเดินจูงก็กลายเป็นเดินนำ ไปไหนเหมือนไปคนเดียว ส่วนสาวเจ้าก็เลื่อนวิทยฐานะจากช้างเท้าหลังมาเป็นควาญช้างโดยสมบูรณ์ เพราะความจริงเป็นอย่างนี้ คำว่า Honeymoon [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://variety.teenee.com/foodforbrain/img6/125796.jpg" alt="" /></p>
<p><span style="font-size: small;"><strong><span style="color: #008080;">ตอนที่พวกเรายังเป็นเด็กเล็ก ๆ เวลาที่ฟังนิทานที่พ่อกับแม่เล่าให้ฟังก่อนนอน พอได้ยินคำว่า &#8220;&#8230;แล้วทั้งสองก็อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา&#8230;&#8221; พวกเราก็จะยิ้มอย่างสบายใจที่ในที่สุดเจ้าชายกับเจ้าหญิงก็ได้ครองคู่กัน อย่างสงบสุขเสียที และนิทานเรื่องนั้นก็จบบริบูรณ์ลงที่ตรงนั้นก่อนที่จะได้เริ่มฟังเรื่องใหม่ ในคืนต่อไป</p>
<p></span></strong>         บางทีนิทานที่ลงเอยด้วยการครองคู่กันอย่างแสนหวานของเจ้าชายเจ้าหญิงนี้เองที่ อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเราฝังใจมาตั้งแต่เด็ก จนมองการแต่งงานว่าเป็นจุดหมายปลายทางของความรัก คนสองคนที่รักกันพอถึงวันหนึ่งก็จะต้องแต่งงานกัน สาว ๆ เกือบทุกคนฝันถึงชุดแต่งงาน ฝันถึงภาพงานเลี้ยงฉลองพิธีแต่งงานของตัว ว่าจะออกมางดงามแสนหวานอย่างไรแค่ไหน เค้กแต่งงานจะสูงกี่ชั้น เรือนหอรอรักจะเป็นอย่างไร จะไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กันที่ไหน ส่วนภาพต่อจากนั้นดูจะเป็นสีชมพูจัดเสียจนมองไม่เห็นรายละเอียดอะไรอีก</p>
<p></span><span style="font-size: small;"><span style="color: #993366;">รายละเอียดที่ว่านั้นก็คือ ชีวิตจริงที่ยังต้องดำเนินต่อไป ชีวิต จริงของคนสองคนซึ่งมาจากต่างที่ ต่างการอบรมเลี้ยงดู ต่างสภาพแวดล้อม ฯลฯ ที่ต้องมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน เห็นหน้ากันทั้งวันและทุกวัน</p>
<p></span>         ก่อนแต่งงานกับหลังแต่งงานนี่อะไร ๆ ก็ต่างกันมาก จริง ๆ พวกเราก็รู้ ๆ กันดีนั่นล่ะ แต่ทำเป็นไม่รู้เสียอย่างนั้น อย่างตอนที่ยังเป็นแฟนกัน หนุ่มเขาก็หมั่นมาหามาเอาใจดูแลสารพัดทำให้ได้ทุกอย่าง สาวก็ทำตัวเรียบร้อยนุ่มนิ่มเป็นผู้ตามที่ดี ตัวเองว่าไงเค้าก็ว่างั้น เรียกว่าต่างคนต่างทำคะแนนเพื่อให้อีกฝ่ายประทับใจ พอแต่งงานกันสักพัก ประมาณว่าพ้นระยะฮันนีมูนแล้วก็กลายเป็นอีกเรื่อง ฝ่ายชายจากที่เคยเดินจูงก็กลายเป็นเดินนำ ไปไหนเหมือนไปคนเดียว ส่วนสาวเจ้าก็เลื่อนวิทยฐานะจากช้างเท้าหลังมาเป็นควาญช้างโดยสมบูรณ์</p>
<p>เพราะความจริงเป็นอย่างนี้ คำว่า Honeymoon Period นั้นเลยถูกใช้เป็นสำนวน หมายถึงระยะเวลาช่วงแรก ๆ ที่คนแปลกหน้า ซึ่งมาทำงานหรือทำกิจกรรมใด ๆ ร่วมกัน จะต่างฝ่ายต่างถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน แต่พอพ้นช่วงหวานนี่ไปแล้วก็ตัวใครตัวมัน มีอะไรผิดหูผิดตาก็ใส่กันแรง ๆ ไม่มียั้ง ไม่มีเกรงใจกันอีกต่อไปแล้ว</p>
<p></span><span style="font-size: small;"><span style="color: #800080;">   อีกอย่างหนึ่งคือ ผู้หญิงมักจะคาดหวังว่าหลังแต่งงานแล้วผู้ชายของตัวจะเปลี่ยนแปลง (ด้วยฝีมือของเธอ) เช่น ถ้าก่อนแต่งงานเขาเจ้าชู้หรือเป็นนักดื่ม สาวก็จะยอมหยวน ๆ ไปก่อนโดยเชื่อว่าเธอจะสามารถแก้นิสัยนี้ของเขาหลังแต่งงานกันแล้วได้ โดยถือเอาความสำเร็จขั้นแรกจากการบังคับเอานามสกุลของเขามาใช้ได้นั้นเป็น บรรทัดฐาน</p>
<p></span>         ส่วนผู้ชายเองก็มักจะคาดหวังว่าหลังแต่งงานแล้ว ผู้หญิงของตัวจะไม่เปลี่ยนแปลงไปจากผู้ตามที่น่ารักอย่างที่เคยเห็นและเป็นอยู่ ซึ่งปรากฏผลออกมาว่าส่วนใหญ่จะผิดหวังกันทั้งคู่ เพราะหนุ่มก็ยังคงดื่มต่อไป แถมยังหนักขึ้นกว่าเดิมเพราะทีนี้หนีไปเจ้าชู้นอกบ้าน วันหนึ่ง ๆ แทบจะไม่ได้เห็นหน้า ส่วนสาวน้อยนุ่มนิ่มอ่อนหวานที่แสนดีก็กลับเปลี่ยนไป กลายเป็นผบ.ทบ. หรือผู้บัญชาการสูงสุดที่บ้านแทน แล้วก็มานั่งบ่นกันว่าเธอเปลี่ยนไป&#8230;เธอเปลี่ยนไป ทั้ง ๆ ที่ความจริงก็ไม่ได้เปลี่ยนไปตรงไหน ก็เป็นอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว อยากไม่เห็นเองนี่นา</p>
<p>นี่ ยังไม่นับถึงเรื่องนิสัย หรือความเคยชินในกิจวัตรประจำวันต่างๆ ที่ตอนเป็นแฟนกันนั้นมิอาจล่วงรู้ เพราะต่างก็ปิดเป็นความลับระดับสุดยอด ประมาณว่าถ้าจะเข้าถึงชั้นความลับนี้ได้ต้องเป็นข้าราชการระดับ 10 หรือระดับปลัดกระทรวงขึ้นไปอะไรทำนองนั้น พอได้มาอยู่ด้วยกันทั้งวันทุกวันแล้วทีนี้ความลับก็รั่วไหล เพราะต้องเจอกันตลอดเวลา ก็เลยเพิ่งจะได้เห็นภาพหนุ่มหล่อมาดเนี้ยบของดิฉันเดินแคะฟันไปมารอบบ้าน หรือเห็นสาวน้อยคิกขุสไตล์เกาหลีของผมเข้านอนพร้อมโรลม้วนผมทั้งหัวและพอก ครีมแปะมะนาวเต็มหน้า ดึก ๆ ถ้าหนุ่มตื่นมากำลังงัวเงียไม่ทันตั้งตัวเหลือบไปเห็นเข้าก็อาจช็อก</p>
<p>ที่พูดอย่างนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าการแต่งงานไม่ดี การที่คนสองคนซึ่งรักกันตัดสินใจที่จะมาใช้ชีวิตร่วมกันนั้นดีแน่ เพียงแต่ว่าต้อง เข้าใจไว้ด้วยว่า </span><span style="font-size: small;"><span style="color: #008000;">คู่แต่งงานของเราก็คือคนธรรมดาที่มีหลายด้านหลายมุม ควรที่จะทำความเข้าใจและยอมรับในตัวตนที่แท้จริงของแต่ละคน ไม่ใช่แค่ยอมรับเพียงภาพสวย ๆ ที่ใช้เพื่อโฆษณาชวนเชื่อกันในตอนที่ยังเป็นแฟนกันเท่านั้น</p>
<p></span>         ที่สุดแล้วก็คงเป็นเรื่องที่ทั้งหนุ่มและสาวควรพยายามหานิทานก่อนนอนภาคสองของ แต่ละเรื่องมาอ่าน ศึกษาดูว่าเจ้าชายเจ้าหญิงเมื่อกลายเป็นพ่อบ้านแม่บ้านแล้วเขาทำอะไรกัน อย่างไร หรือปรับตัวกันแบบไหน</p>
<p></span><span style="font-size: small;"><strong><span style="color: #3366ff;">        เพราะ เรื่องราวทั้งหมดของคนสองคนที่มาอยู่ร่วมกันนั้น มันเพิ่งจะเริ่มต้นหลังคำประกาศในพิธีแต่งงานที่ว่า I now pronounce you …husband and wife&#8230; นี่เอง<br />
</span></strong></p>
<p></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://nichecartel.com/%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กล้วยตอนเช้า คุณประโยชน์เต็มเปี่ยม</title>
		<link>http://nichecartel.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://nichecartel.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Feb 2012 08:25:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[casino online]]></category>
		<category><![CDATA[slot online]]></category>
		<category><![CDATA[sport betting]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://nichecartel.com/?p=36</guid>
		<description><![CDATA[หลายคนมองหาวิธีลดน้ำหนักให้ได้ผลอย่างจริงจัง บ้างอดข้าว อดน้ำ ไม่กินอะไรสักอย่างเพื่อให้น้ำหนักลดลง บ้างก็เลือกกินแต่ผลไม้อย่างเดียว บ้างก็ไปหาหมอเพื่อกินยาหวังให้ส่วนเกินลดลงไปหายไป บ้างก็กินยาถ่ายเพื่อหวังให้ตัวเบาขึ้นกว่าเดิม บ้างก็ใช้วิธีอื่น ๆ ที่ได้รับการบอกต่อกันมา วิธีเหล่านี้อาจจะมีผลดีบ้างในช่วงแรก ๆ แต่หลังจากผ่านเวลาไปสักพักแล้วก็จะพบว่าไม่เป็นผล ไม่มีทางที่ใครจะกินผลไม้อย่างเดียวไปตลอดชีวิต หรือไม่กินอะไรเลยทั้งวันต่อเนื่องกันยาวนาน หรือาจใช้การกินยาถ่ายบ่อย ๆ เมื่อผ่านเวลาไปนาน ๆ เข้า ลำไส้ก็จะเริ่มทำงานผิดปกติ คราวนี้ยาถ่ายก็จะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป แถมยังส่งผลร้ายให้เป็นคนขับถ่ายได้ยากกว่าเดิม บางคนส่งผลถึงกับกลายเป็นคนถ่ายไม่ออกเป็นเดือน ๆ ก็มี แล้วถ้าเช่นนั้นจะใช้วิธีไหนดีน้ำหนักถึงจะลดลงได้ วิธีหนึ่งที่น่าสนใจและกำลังเป็นที่นิยมในประเทศญี่ปุ่นก็คือ การกินกล้วยมื้อเช้า หลายคนอาจทำหน้างงว่าทำไมต้องเป็นกล้วยมื้อเช้า เป็นแอปเปิล มะละกอ แตงโม ระกำ บ้างได้ไหม ก็ขอแนะนำตรงนี้เลยว่า กล้วยนับเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดชนิดหนึ่ง ในกล้วยนั้นจะมีวิตามินบี 1 และบี 2 ที่ช่วยในการเร่งเผาผลาญ น้ำตาลและไขมัน ทั้งยังช่วยฟื้นฟูร่างกายการจากเหนื่อยล้า อีกยังมีโปแตสเซียมช่วยในการขับโซเดียม อันเป็นหนึ่งในตัวการที่จะทำให้ความดันเลือดสูงออกทางปัสสาวะ และส่งผลให้ลดการบวมของร่างกายได้ แมกนีเซียมในกล้วยยังช่วยควบคุมความดันเลือด และการทำงานของแคลเซียมในร่างกาย เส้นใยที่มีอยู่ในกล้วย จะส่งผลให้ระบบการขับถ่ายในแต่ละวันของร่างกายเราดีขึ้น กล้วยยังมีเซโรเทนินที่ช่วยลดอาการหงุดหงิด และทำให้นอนหลับสบายยิ่งขึ้นอีกด้วย กล้วยยังมีคุณประโยชน์อีกหลากหลายชนิด ทั้งไฟโตเคมิคัลที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ ป้องกันมะเร็ง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://img.kapook.com/image/Food/Fruit-Vegetable/banana.jpg" alt="กล้วย" /></p>
<p>หลายคนมองหาวิธีลดน้ำหนักให้ได้ผลอย่างจริงจัง บ้างอดข้าว อดน้ำ ไม่กินอะไรสักอย่างเพื่อให้น้ำหนักลดลง บ้างก็เลือกกินแต่ผลไม้อย่างเดียว บ้างก็ไปหาหมอเพื่อกินยาหวังให้ส่วนเกินลดลงไปหายไป บ้างก็กินยาถ่ายเพื่อหวังให้ตัวเบาขึ้นกว่าเดิม บ้างก็ใช้วิธีอื่น ๆ ที่ได้รับการบอกต่อกันมา</p>
<p>วิธีเหล่านี้อาจจะมีผลดีบ้างในช่วงแรก ๆ แต่หลังจากผ่านเวลาไปสักพักแล้วก็จะพบว่าไม่เป็นผล ไม่มีทางที่ใครจะกินผลไม้อย่างเดียวไปตลอดชีวิต หรือไม่กินอะไรเลยทั้งวันต่อเนื่องกันยาวนาน หรือาจใช้การกินยาถ่ายบ่อย ๆ เมื่อผ่านเวลาไปนาน ๆ เข้า ลำไส้ก็จะเริ่มทำงานผิดปกติ คราวนี้ยาถ่ายก็จะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป แถมยังส่งผลร้ายให้เป็นคนขับถ่ายได้ยากกว่าเดิม บางคนส่งผลถึงกับกลายเป็นคนถ่ายไม่ออกเป็นเดือน ๆ ก็มี แล้วถ้าเช่นนั้นจะใช้วิธีไหนดีน้ำหนักถึงจะลดลงได้</p>
<p>วิธีหนึ่งที่น่าสนใจและกำลังเป็นที่นิยมในประเทศญี่ปุ่นก็คือ การกินกล้วยมื้อเช้า หลายคนอาจทำหน้างงว่าทำไมต้องเป็นกล้วยมื้อเช้า เป็นแอปเปิล มะละกอ แตงโม ระกำ บ้างได้ไหม ก็ขอแนะนำตรงนี้เลยว่า กล้วยนับเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดชนิดหนึ่ง ในกล้วยนั้นจะมีวิตามินบี 1 และบี 2 ที่ช่วยในการเร่งเผาผลาญ น้ำตาลและไขมัน ทั้งยังช่วยฟื้นฟูร่างกายการจากเหนื่อยล้า อีกยังมีโปแตสเซียมช่วยในการขับโซเดียม อันเป็นหนึ่งในตัวการที่จะทำให้ความดันเลือดสูงออกทางปัสสาวะ และส่งผลให้ลดการบวมของร่างกายได้</p>
<p>แมกนีเซียมในกล้วยยังช่วยควบคุมความดันเลือด และการทำงานของแคลเซียมในร่างกาย เส้นใยที่มีอยู่ในกล้วย จะส่งผลให้ระบบการขับถ่ายในแต่ละวันของร่างกายเราดีขึ้น กล้วยยังมีเซโรเทนินที่ช่วยลดอาการหงุดหงิด และทำให้นอนหลับสบายยิ่งขึ้นอีกด้วย</p>
<p>กล้วยยังมีคุณประโยชน์อีกหลากหลายชนิด ทั้งไฟโตเคมิคัลที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ ป้องกันมะเร็ง มีเอนไซม์ช่วยในการย่อยอาหาร ทำให้กระเพาะอาหารและลำไส้ทำงานหนักลดลง ในกล้วยดิบยังมีฤทธิ์ในการขับพิษสูง และหากกล้วยสุก ก็ทำให้ร่างกายสร้างสารภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้นกว่าปกติอีกด้วย</p>
<p>ทั้งหมดเป็นประโยชน์ที่ได้รับจาการกินกล้วยเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งกินตอนไหนก็ได้ แต่หากเราเฉพาะเจาะจงให้การกินกล้วยได้ผลสูงสุดต้องเป็นตอนเช้าครับ ทั้งหมดก็เพื่อจำกัดการทำงานของกระเพาะและลำไส้ให้น้อยที่สุด และจะทำให้ร่างกายได้รับการฟื้นฟูสภาพอย่างเต็มที่ การกินกล้วยตอนเช้านั้นจะทำให้ร่างกายได้รับปริมาณน้ำที่พอดี การไหลเวียนของของเหลวในร่างกายก็จะดีขึ้น และหากอยากให้ได้ผลอย่างจริงจัง ก็ต้องกินเฉพาะกล้วยกับน้ำเปล่าเท่านั้น รวมทั้งต้องนอนก่อนเที่ยงคืนอีกด้วย และถ้าเกิดหิวขึ้นกลางดึกก็ควรจะกินผลไม้เท่านั้น</p>
<div><img src="http://img.kapook.com/image/Food/Fruit-Vegetable/banana1.jpg" alt="กล้วย" width="350" height="232" border="0" /></div>
<p>ในยุคปัจจุบันด้วยแล้ว ช่วงเวลาตอนเช้าเป็นช่วงเวลาที่เร่งรีบที่สุด บางคนถึงกับไม่กินอาหารเช้ากันเลย หรือไม่ก็เลือกกินเพียงแค่กาแฟกับขนมปังเท่านั้น ดังนั้นถ้าหากลองเปลี่ยนช่วงเวลาแห่งความเร่งรีบ มากินกล้วยตอนเช้าก็น่าจะสะดวกง่ายดาย แถมกล้วยยังเป็นผลไม้ที่มีเอนไซม์เยอะ ทำให้เมื่อกล้วยเคลื่อนที่เข้าไปสู่กระเพาะ การย่อยก็ไม่จำเป็น กล้วยจึงเคลื่อนที่สูู่ลำไส้ และเริ่มดูดซึมไปใช้กับร่างกายได้อย่างรวดเร็ว</p>
<p>การกินกล้วยมื้อเช้ายังมีส่วนช่วยทำให้อาการท้องผูกหายไป และส่งผลให้อุจจาระที่ตกค้างอยู่ในร่างกายค่อย ๆ ลดลงอีกด้วย บางคนที่มีน้ำหนักเกินนั้น ไม่ได้เพียงเพราะมีไขมันล้นเกินเพียงอย่างเดียวหรอกครับ แต่เนื่องจากมีของเสียสะสมอยู่ในร่างกายมากเกินไปต่างหาก (บางคนมีอุจจาระสะสมอยู่ในตัวตั้ง 10 กิโลกรัม) เพราะฉะนั้นหลังจากเริ่มกินกล้วยมื้อเช้าไปแล้ว ของเสียต่าง ๆ จะเริ่มค่อย ๆ ถูกขับออกมาจนน้ำหนักลดลง</p>
<p>การกินกล้วยมื้อเช้า เพื่อหวังผลในการลดน้ำหนักนั้นอาจจะไม่ได้ผลในช่วงแรก ๆ ไม่ใช่ว่ากินเพียงแค่วันสองวัน แล้วจะได้ผลเลยทันที แต่ต้องทำต่อเนื่องติดต่อกินสักระยะ และหากอยากลดน้ำหนักอย่างจริงจัง ลองจดทุกอย่างที่กินเข้าไปในแต่ละวัน เริ่มตั้งแต่ตื่นเช้าจนเข้านอน การจดจะช่วยทำให้คุณได้เข้าใจมากขึ้นว่า ในแต่ละวันคุณกินอะไรเข้าไปบ้าง</p>
<p>การกินกล้วยมื้อเช้านั้น ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยทำให้คุณไม่ต้องอด ไม่ต้องทน ไม่เปลืองเวลา และไม่เปลืองเงิน เพราะในระหว่างวันนั้นคุณอยากกินอะไรอยากทำอะไรก็ทำได้ (ยกเว้นเงื่อนไขตามที่บอกไปตอนต้น) แต่ถ้าคุณอยากรู้ว่าได้ผลจริงหรือไม่ ลองดูครับ พรุ่งนี้กินกล้วยตอนเช้าดูสิครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://nichecartel.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นั่งนานมะเร็งถามหา</title>
		<link>http://nichecartel.com/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://nichecartel.com/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Feb 2012 07:38:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[casino online]]></category>
		<category><![CDATA[slot online]]></category>
		<category><![CDATA[sport betting]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://nichecartel.com/?p=29</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้คุณนั่งนานไปรึเปล่า มะเร็งอาจถามหาได้นะ ที่ประชุมของ American Institute for Cancer Research ชี้ว่า การไม่ออกกำลังอาจเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งได้ โดย คริสตีน ฟรีดเดนไรช์ นักระบาดวิทยาและทีมวิจัยจาก Alberta Health Services-Cancer Care ในแคนาดา ชี้ว่า การไม่ออกกำลังอาจเป็นสาเหตุของ มะเร็งปอด 37,200 ราย มะเร็งเต้านม 49,000 ราย และ มะเร็งลำไส้ 43,000 ราย ที่เกิดขึ้นในแต่ละปี ทั้งนี้ นักวิจัยยังชี้ว่า เฉลี่ยแล้วผู้ใหญ่ทั่วไปนั่งวันละ 15.5 ชั่วโมง แต่ข่าวดีก็คือ เพียงลุกขึ้นมาเดินแค่ 1-2 นาที ก็จะช่วยลดระดับสารที่เกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งในร่างได้แล้วค่ะ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://img.kapook.com/image/health/sit.jpg" alt="สาวออฟฟิศ" /></p>
<p>วันนี้คุณนั่งนานไปรึเปล่า มะเร็งอาจถามหาได้นะ</p>
<p>ที่ประชุมของ American Institute for Cancer Research ชี้ว่า การไม่ออกกำลังอาจเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งได้ โดย คริสตีน ฟรีดเดนไรช์ นักระบาดวิทยาและทีมวิจัยจาก Alberta Health Services-Cancer Care ในแคนาดา ชี้ว่า การไม่ออกกำลังอาจเป็นสาเหตุของ มะเร็งปอด 37,200 ราย มะเร็งเต้านม 49,000 ราย และ มะเร็งลำไส้ 43,000 ราย ที่เกิดขึ้นในแต่ละปี</p>
<p>ทั้งนี้ นักวิจัยยังชี้ว่า เฉลี่ยแล้วผู้ใหญ่ทั่วไปนั่งวันละ 15.5 ชั่วโมง แต่ข่าวดีก็คือ เพียงลุกขึ้นมาเดินแค่ 1-2 นาที ก็จะช่วยลดระดับสารที่เกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งในร่างได้แล้วค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://nichecartel.com/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อาการชา&#8230;บอกอะไรได้บ้าง</title>
		<link>http://nichecartel.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8a%e0%b8%b2-%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://nichecartel.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8a%e0%b8%b2-%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 30 Jan 2012 15:52:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://nichecartel.com/?p=23</guid>
		<description><![CDATA[เคยเป็นกันไหม? จู่ ๆ มือไม้ขาแข้งก็เกิดอาการชาขึ้นมาดื้อ ๆ ลองไปตรวจสอบอาการชาต่อไปนี้กัน เผื่อว่าคุณกำลังเป็นโรคอะไรอยู่ อาการชาที่นิ้วชี้ กลาง และนาง เพราะใช้หรือออกแรงมือมาก จนเกิดพังผืดข้อมือทับเส้นประสาท พบมากในผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์บ่อย คนที่เล่นกีฬาประเภทกอล์ฟ เทนนิส และแบดมินตัน อาการชาที่นิ้วก้อย เกิดจากเส้นประสาทบริเวณรักแร้ที่ยาวไปถึงนิ้วก้อย สาเหตุจากงอและเกร็งข้อศอกเพื่อถือหูโทรศัพท์เป็นเวลานาน อาการชาที่ต้นขาและรู้สึกปวดแสบปวดร้อน เป็นเพราะมีน้ำหนักตัวมาก หรือไม่ก็ชอบรัดเข็มขัดแน่นจนเกินพอดี ส่งผลให้เส้นประสาททำงานลำบาก เนื่องจากถูกอัดแน่นติดกับไขมัน อาการชาที่ขาและข้อพับ จากการนั่งพับเพียบหรือนั่งไขว้ขวานาน ทำให้เท้าตก ยกเท้าไม่ขึ้น เพราะเส้นประสาทถูกกดทับไว้กับพื้นและเข่า ชาที่ต้นขาและไปที่เข่า จะเกิดกับผู้หญิงที่สวมรองเท้าส้นสูงเป็นเวลานาน ทำให้ปลายเท้าและปลายนิ้วถูกกดทับจนเส้นประสาทอักเสบ อาการชาที่เริ่มเกิดขึ้นจากปลายเท้า ฝ่าเท้า ปลายนิ้ว ลามขึ้นไปที่ข้อเท้า เข่า และลำตัว เป็นอาการที่เกิดกับนักดื่มคอทองแดง เนื่องจากฤทธิ์แอลกอฮอล์จะเข้าไปทำลายเส้นประสาทให้เสียหายหลายเส้น เพราะฉะนั้นหากไม่อยากให้ร่างกายเกิดอาการชา จนกระทบการใช้ชีวิตก็ควรหลีกเลี่ยงท่าทางที่ เป็นต้นเหตุเหล่านี้เสีย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://img.kapook.com/image/health/hand_.jpg" alt="มือชา" /></p>
<p>เคยเป็นกันไหม? จู่ ๆ มือไม้ขาแข้งก็เกิดอาการชาขึ้นมาดื้อ ๆ ลองไปตรวจสอบอาการชาต่อไปนี้กัน เผื่อว่าคุณกำลังเป็นโรคอะไรอยู่</p>
<p><img src="http://img.kapook.com/image/icon/icon_1/47_92644_7b1b0ad41e76904.gif" alt="" border="0" />อาการชาที่นิ้วชี้ กลาง และนาง</p>
<p>เพราะใช้หรือออกแรงมือมาก จนเกิดพังผืดข้อมือทับเส้นประสาท พบมากในผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์บ่อย คนที่เล่นกีฬาประเภทกอล์ฟ เทนนิส และแบดมินตัน</p>
<p><img src="http://img.kapook.com/image/icon/icon_1/47_92644_7b1b0ad41e76904.gif" alt="" border="0" />อาการชาที่นิ้วก้อย</p>
<p>เกิดจากเส้นประสาทบริเวณรักแร้ที่ยาวไปถึงนิ้วก้อย สาเหตุจากงอและเกร็งข้อศอกเพื่อถือหูโทรศัพท์เป็นเวลานาน</p>
<p><img src="http://img.kapook.com/image/icon/icon_1/47_92644_7b1b0ad41e76904.gif" alt="" border="0" />อาการชาที่ต้นขาและรู้สึกปวดแสบปวดร้อน</p>
<p>เป็นเพราะมีน้ำหนักตัวมาก หรือไม่ก็ชอบรัดเข็มขัดแน่นจนเกินพอดี ส่งผลให้เส้นประสาททำงานลำบาก เนื่องจากถูกอัดแน่นติดกับไขมัน</p>
<p><img src="http://img.kapook.com/image/icon/icon_1/47_92644_7b1b0ad41e76904.gif" alt="" border="0" />อาการชาที่ขาและข้อพับ</p>
<p>จากการนั่งพับเพียบหรือนั่งไขว้ขวานาน ทำให้เท้าตก ยกเท้าไม่ขึ้น เพราะเส้นประสาทถูกกดทับไว้กับพื้นและเข่า ชาที่ต้นขาและไปที่เข่า จะเกิดกับผู้หญิงที่สวมรองเท้าส้นสูงเป็นเวลานาน ทำให้ปลายเท้าและปลายนิ้วถูกกดทับจนเส้นประสาทอักเสบ</p>
<p><img src="http://img.kapook.com/image/icon/icon_1/47_92644_7b1b0ad41e76904.gif" alt="" border="0" />อาการชาที่เริ่มเกิดขึ้นจากปลายเท้า ฝ่าเท้า ปลายนิ้ว ลามขึ้นไปที่ข้อเท้า เข่า และลำตัว</p>
<p>เป็นอาการที่เกิดกับนักดื่มคอทองแดง เนื่องจากฤทธิ์แอลกอฮอล์จะเข้าไปทำลายเส้นประสาทให้เสียหายหลายเส้น</p>
<p>เพราะฉะนั้นหากไม่อยากให้ร่างกายเกิดอาการชา จนกระทบการใช้ชีวิตก็ควรหลีกเลี่ยงท่าทางที่ เป็นต้นเหตุเหล่านี้เสีย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://nichecartel.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8a%e0%b8%b2-%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เคล็ด (ไม่) ลับดูแลผิวรอบดวงตาสำหรับผู้หญิงวัย 30+</title>
		<link>http://nichecartel.com/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a/</link>
		<comments>http://nichecartel.com/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Jan 2012 21:40:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[casino online]]></category>
		<category><![CDATA[slot online]]></category>
		<category><![CDATA[sport betting]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://nichecartel.com/?p=19</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อพูดถึงผิวรอบดวงตา เป็นผิวที่ละเอียดอ่อนกว่าผิวส่วนอื่นบนใบหน้าถึง 3 เท่า และมักเป็นส่วนที่เกิดปัญหาริ้วรอยได้มากที่สุด และด้วยอายุที่มากขึ้น ส่งผลให้ผิวรอบดวงตาเปราะบาง ประสิทธิภาพในการฟื้นบำรุงผิวตามธรรมชาติชะลอลง ดังนั้นวัยจึงส่งผลให้ผู้หญิงในวัย 30 ปีขึ้นไปมีข้อกังวลกับ 4 สัญญาณสำคัญของปัญหาที่เกิดกับผิวรอบดวงตา ได้แก่ ริ้วรอยบนผิวพับเปลือกตา ผิวใต้ตาที่ไม่กระชับ เส้นริ้วบริเวณหางตา และเส้นริ้วรอยใต้ตา วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับเพื่อช่วยดูแล และลดเลือน 4 สัญญาณสำคัญแห่งริ้วรอยรอบดวงตาที่นำไปปฏิบัติง่าย ๆ ด้วยตัวเองมาฝากกัน 1. การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่หลาย ๆ คนมองข้ามไป เพราะการมีสุขภาพที่แข็งแรงจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน และเกราะกำบังให้แก่เซลล์ผิว เพื่อต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอม หรืออนุมูลอิสระที่ก่อตัวในการทำร้ายผิวภายในรอบดวงตา ดังนั้นอาหารเสริมเพื่อดวงตาสดใสที่ควรใส่ใจมีดังนี้ - บริโภคผักผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ (anti oxidant) ในปริมาณสูง เช่น ผลบิลเบอร์รี่ ผักใบเขียว และแครอท ช่วยลดอันตรายจากอนุมูลอิสระในแสงแดดที่ทำลายจอตา และช่วยลดปัญหาตาบอดจากจอประสาทตาเสื่อมได้ พร้อมทั้งช่วยให้สายตาทำงานดีขึ้นในที่มืดและมีความไวในที่มีแสงน้อย ๆ ดีกว่า - บริโภคผัก ผลไม้ ที่มีสารลูทีน (Lutien) และ ซีแซนทีน (Zeaxanthin) เป็นสารแคโรทีนอยด์ชนิดหนึ่งมีสีเหลือง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อพูดถึงผิวรอบดวงตา เป็นผิวที่ละเอียดอ่อนกว่าผิวส่วนอื่นบนใบหน้าถึง 3 เท่า และมักเป็นส่วนที่เกิดปัญหาริ้วรอยได้มากที่สุด และด้วยอายุที่มากขึ้น ส่งผลให้ผิวรอบดวงตาเปราะบาง ประสิทธิภาพในการฟื้นบำรุงผิวตามธรรมชาติชะลอลง<br />
<a title="554000015165102" href="http://health.deedeejang.com/wp-content/uploads/2011/11/554000015165102.jpeg" rel="shadowbox[post-2732];player=img;"><img title="554000015165102" src="http://health.deedeejang.com/wp-content/uploads/2011/11/554000015165102-300x198.jpg" alt="" width="300" height="198" /></a></p>
<p>ดังนั้นวัยจึงส่งผลให้ผู้หญิงในวัย 30 ปีขึ้นไปมีข้อกังวลกับ 4 สัญญาณสำคัญของปัญหาที่เกิดกับผิวรอบดวงตา ได้แก่ ริ้วรอยบนผิวพับเปลือกตา ผิวใต้ตาที่ไม่กระชับ เส้นริ้วบริเวณหางตา และเส้นริ้วรอยใต้ตา วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับเพื่อช่วยดูแล และลดเลือน 4 สัญญาณสำคัญแห่งริ้วรอยรอบดวงตาที่นำไปปฏิบัติง่าย ๆ ด้วยตัวเองมาฝากกัน</p>
<p><strong>1. การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่หลาย ๆ คนมองข้ามไป </strong>เพราะการมีสุขภาพที่แข็งแรงจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน และเกราะกำบังให้แก่เซลล์ผิว เพื่อต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอม หรืออนุมูลอิสระที่ก่อตัวในการทำร้ายผิวภายในรอบดวงตา ดังนั้นอาหารเสริมเพื่อดวงตาสดใสที่ควรใส่ใจมีดังนี้</p>
<p>- บริโภคผักผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ (anti oxidant) ในปริมาณสูง เช่น ผลบิลเบอร์รี่ ผักใบเขียว และแครอท ช่วยลดอันตรายจากอนุมูลอิสระในแสงแดดที่ทำลายจอตา และช่วยลดปัญหาตาบอดจากจอประสาทตาเสื่อมได้ พร้อมทั้งช่วยให้สายตาทำงานดีขึ้นในที่มืดและมีความไวในที่มีแสงน้อย ๆ ดีกว่า</p>
<p>- บริโภคผัก ผลไม้ ที่มีสารลูทีน (Lutien) และ ซีแซนทีน (Zeaxanthin) เป็นสารแคโรทีนอยด์ชนิดหนึ่งมีสีเหลือง ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่พบได้ที่เลนส์ตาและจอรับภาพของตา ทำหน้าที่ช่วยกรองหรือป้องกันรังสีจากแสงแดด ช่วยปกป้องเซลล์ของจอประสาทตาไม่ให้ถูกทำลายโดยการต้านอนุมูลอิสระที่ทำลายดวงตา และกรองแสงสีน้ำเงินที่จะทำลายดวงตา ซึ่งพบมากในพืชผักที่มีสีเหลืองและสีเขียวเข้ม เช่น ผลอโวคาโด บล็อกโคลี่ ข้าวโพด ฝักทอง ผักโขม และผักกวางตุ้ง</p>
<p>- บริโภคสารสกัดของโอเมก้า 3 หรือ รับประทานปลาชนิดต่าง ๆ</p>
<p><strong>2. เปลือกตาก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่ต้องโดนกระหน่ำกับเมกอัพหลากชนิดแทบทุกวัน</strong> ฉะนั้นจึงลืมไม่ได้ที่จะถนอมเปลือกตาด้วยการชำระล้างเมกอัพและสิ่งสกปรกอื่น ๆ ให้เกลี้ยงก่อนเข้านอน ด้วยการแปะสำลีชุ่มอายเมกอัพรีมูฟเวอร์เพื่อให้อายเมกอัพละลายก่อน โดยค่อยๆ เช็ดซ้ำเบา ๆ จนเกลี้ยง จากนั้นอาจใช้คอตตอนบัดชุบอายเมกอัพรีมูฟเวอร์แล้วเช็ดตามขอบตาและซอกมุมเล็ก ๆ ให้สะอาดหมดจดยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>3. เริ่มฝึกนิสัยพักสายตาโดยการมองออกไปไกลๆ </strong>ทุก ๆ 10 -15 นาที ก็จะเป็นการช่วยพักการทำงานของกล้ามเนื้อรอบดวงตาได้อย่างดี</p>
<p>นอกจากนี้ การกดจุดก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่เราสามารถทำได้ เพื่อเป็นการเสริมความแข็งแรง ออกกำลังกายกล้ามเนื้อตา เพื่อลดปัญหาริ้วรอย และรอยเหี่ยวย่น ซึ่งสามารถทำได้ด้วยตัวเองง่าย ๆ โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้</p>
<p>- ล้างทำความสะอาดรอบดวงตาให้เรียบร้อย</p>
<p><strong>- ทาอายครีมที่คุณใช้อยู่ให้ทั่วผิวรอบดวงตา</strong> โดยใช้นิ้วกลางในการกดจุดเบา ๆ นับ 1 – 7 ค้างไว้ ก่อนเปลี่ยนจุด (ทำพร้อมกันทั้งสองข้าง) เริ่มจากใต้หัวตาลงมาประมาณ 1 ซม. กึ่งกลางตา (ใต้ตา หางจากดวงตาประมาณ 1 ซม.) และปลายตา (ห่างจากดวงตาประมาณ 1 ซม.)<br />
<strong><br />
- หลับตา ใช้ปลายนิ้วชี้หรือนิ้วก้อยวางประกบไปบนเปลือกตา กดเบา ๆ นับ 1 – 7 ค้างไว้แล้วจึงผ่อนน้ำหนักออกแล้วค่อย ๆ ลืมตา</strong></p>
<p><strong>ใครอยากมีผิวใต้ตาที่กระชับ ไร้ริ้วรอยบริเวณหางตา และใต้ตา ลองนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปลองปฏิบัติกันดูนะครับ</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://nichecartel.com/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คันตกขาว จากเชื้อราใครๆ ก็มีโอกาสเป็น : ตอน หมั่นคอยดูแลและรักษาดวงใจ</title>
		<link>http://nichecartel.com/%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%86/</link>
		<comments>http://nichecartel.com/%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%86/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Jan 2012 21:37:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[casino online]]></category>
		<category><![CDATA[slot online]]></category>
		<category><![CDATA[sport betting]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://nichecartel.com/?p=17</guid>
		<description><![CDATA[จากคราวที่แล้ว ที่เราได้รู้การแก้ปัญหาสาเหตุการเกิดอาการตกขาวและการบรรเทาอาการคันในจุดซ่อนเร้น อวัยวะสำคัญของหญิงสาวที่เปรียบเสมือนดวงใจของพวกเราเช่นกัน *การวินิจฉัยอาการของการอักเสบของช่องคลอดและอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกจากเชื้อราที่พบบ่อยสุดคือการคันในช่องคลอด หรืออวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกโดยพบราวร้อยละ90 ของผู้ป่วยทั้งหมด และ 3 ใน 4 ของผู้ป่วยจะมีตกขาวผิดปกติ วิธีการรักษาจุดซ่อนเร้นภายในนั้นต้องใช้ยาสอดช่องคลอด และครีมแก้เชื้อราที่ทาตรงอวัยวะภายนอกควบคู่ไปด้วย นั่นคือการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดนั่นเอง ว่าแต่เราจะ รู้ได้อย่างไรว่าการคันหรือตกขาวนั้นเกิดจากเชื้อราจริง เราจึงมีคำถามง่ายๆ ให้คุณผู้หญิงได้ลองสังเกตตัวเองแล้วตอบคำถามด้านล่างนี้ เพื่อประเมินว่า คุณมีโอกาสติดเชื้อราที่ช่องคลอดหรือไม่ มาเริ่มเช็คกันเดี๋ยวนี้เลยค่ะ 1. มีอาการคันในช่องคลอดหรืออวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกหรือไม่ 2. ตกขาวของคุณเป็นสีขาวขุ่นหรือเหลือง มีลักษณะเป็นก้อนเล็กๆ คล้ายนมที่จับตัวเป็นก้อน (Curd)หรือไม่ 3. มีอาการแสบ ขัด เวลาปัสสาวะ มักมีอาการแสบร้อนร่วมด้วย ใช่หรือไม่ 4.มีการอักเสบ บวม แดง ของอวัยวะสืบพันธ์ภายนอกหรือไม่ 5. ได้มีการรับประทานยาปฏิชีวนะ ยาแก้อักเสบ หรือยาสเตียรอยด์ติดต่อกันเป็นเวลานาน เกินกว่าสองสัปดาห์หรือเปล่า 6. ชอบใช้ แผ่นอนามัย เป็นประจำ ใช่หรือไม่ 7. มีการตากชุดชั้นในไว้ในที่ร่ม ไม่มีแสงแดดหรือเปล่า 8. ใช้น้ำยาสวนล้างจุดซ่อนเร้นเป็นประจำ ใช่หรือไม่ ลองดูสิว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จากคราวที่แล้ว ที่เราได้รู้การแก้ปัญหาสาเหตุการเกิดอาการตกขาวและการบรรเทาอาการคันในจุดซ่อนเร้น อวัยวะสำคัญของหญิงสาวที่เปรียบเสมือนดวงใจของพวกเราเช่นกัน *การวินิจฉัยอาการของการอักเสบของช่องคลอดและอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกจากเชื้อราที่พบบ่อยสุดคือการคันในช่องคลอด หรืออวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกโดยพบราวร้อยละ90 ของผู้ป่วยทั้งหมด</p>
<p><a title="554000015464101" href="http://health.deedeejang.com/wp-content/uploads/2011/11/554000015464101.jpeg" rel="shadowbox[post-2736];player=img;"><img title="554000015464101" src="http://health.deedeejang.com/wp-content/uploads/2011/11/554000015464101-300x194.jpg" alt="" width="300" height="194" /></a></p>
<p>และ 3 ใน 4 ของผู้ป่วยจะมีตกขาวผิดปกติ วิธีการรักษาจุดซ่อนเร้นภายในนั้นต้องใช้ยาสอดช่องคลอด และครีมแก้เชื้อราที่ทาตรงอวัยวะภายนอกควบคู่ไปด้วย นั่นคือการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดนั่นเอง</p>
<p>ว่าแต่เราจะ รู้ได้อย่างไรว่าการคันหรือตกขาวนั้นเกิดจากเชื้อราจริง เราจึงมีคำถามง่ายๆ ให้คุณผู้หญิงได้ลองสังเกตตัวเองแล้วตอบคำถามด้านล่างนี้ เพื่อประเมินว่า คุณมีโอกาสติดเชื้อราที่ช่องคลอดหรือไม่ มาเริ่มเช็คกันเดี๋ยวนี้เลยค่ะ</p>
<p>1. มีอาการคันในช่องคลอดหรืออวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกหรือไม่</p>
<p><strong>2. ตกขาวของคุณเป็นสีขาวขุ่นหรือเหลือง มีลักษณะเป็นก้อนเล็กๆ คล้ายนมที่จับตัวเป็นก้อน (Curd)หรือไม่</strong></p>
<p>3. มีอาการแสบ ขัด เวลาปัสสาวะ มักมีอาการแสบร้อนร่วมด้วย ใช่หรือไม่</p>
<p><strong>4.มีการอักเสบ บวม แดง ของอวัยวะสืบพันธ์ภายนอกหรือไม่<br />
</strong><br />
5. ได้มีการรับประทานยาปฏิชีวนะ ยาแก้อักเสบ หรือยาสเตียรอยด์ติดต่อกันเป็นเวลานาน เกินกว่าสองสัปดาห์หรือเปล่า</p>
<p><strong>6. ชอบใช้ แผ่นอนามัย เป็นประจำ ใช่หรือไม่</strong></p>
<p>7. มีการตากชุดชั้นในไว้ในที่ร่ม ไม่มีแสงแดดหรือเปล่า</p>
<p>8. ใช้น้ำยาสวนล้าง<strong>จุดซ่อนเร้น</strong>เป็นประจำ ใช่หรือไม่</p>
<p><strong>ลองดูสิว่า จากคำถามดังกล่าว หากคุณตอบแบบประเมินข้างต้นว่า “ใช่” ในข้อ 1 หรือ 2 ร่วมกับข้ออื่นๆอีกเพียง 1 ข้อ นั่นแสดงว่าอาการที่คุณเป็นอยู่นั้นมีโอกาสมากที่จะเกิดจากการอักเสบของช่องคลอดและอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกจากเชื้อราค่ะ</strong></p>
<p>มาถึงตรงนี้ รู้แล้วใช่ไหมว่า อาการคัน ตกขาว จากเชื้อรานั้นไม่ใช่เรื่องน่ากังวลหรือน่าอายอย่างที่คิด รวมถึงการหมั่นคอยเช็คตัวเองดังคำถามข้างต้น ก็จะช่วยให้คุณผู้หญิงป้องกันอาการคันหรือตกขาวผิดปกติได้เช่นกัน นอกจากนี้จะเห็นว่าอาการช่องคลอดอักเสบเนื่องจากเชื้อรามักจะมีอาการอักเสบทั้งภายใน คืออาการตกขาว คันภายในช่องคลอดและอาการภายนอกคือคันบริเวณอวัยวะเพศได้</p>
<p>หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม อย่าได้นิ่งนอนใจ ควรปรึกษาเภสัชกรที่ร้านขายยา สอบถามถึงยาสำหรับอาการคันตกขาวจากเชื้อราทั้งชนิดเม็ดสอดช่องคลอดและชนิดครีมทาภายนอก จะได้บอกลาเชื้อราอย่างถูกวิธีไงคะ</p>
<p>*ข้อมูลอ้างอิงจากการประชุมทางวิชาการเรื่อง “Vulvovaginal Candidiasis and New Treatment Concept” เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2553 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://nichecartel.com/%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%86/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ออกกำลังกายอย่างไรไม่เพลีย</title>
		<link>http://nichecartel.com/%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80/</link>
		<comments>http://nichecartel.com/%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Jan 2012 17:25:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://nichecartel.com/?p=13</guid>
		<description><![CDATA[โชคดีที่อาการอ่อนเพลียเหล่านี้ป้องกันได้ เพียงปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสม ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังออกกำลังกาย ดังนี้ค่ะ Before ควรยืดเส้นยืดสายก่อนออกกำลังกายทุกครั้ง เช่น เดินอยู่กับที่ ยืนบิดเอว หรือหมุนหัวไหล่ ประมาณ 5-10 นาที เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ เอ็น และข้อต่อ ป้องกันการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้น During เริ่มจากออกกำลังกายเบาๆ ใช้เวลาสั้น จากนั้นจึงทำมากขึ้นทีละน้อย เช่น เดิน 15 นาที แล้วค่อยๆ เพิ่มระยะทางและเวลาเดินในครั้งต่อไป After อย่าหยุดออกกำลังกายกะทันหัน โดยเฉพาะในการออกกำลังกายประเภทใช้แรงมาก เนื่องจากจะทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทัน อาจเกิดอาการหน้ามืด หมดแรง และเป็นลมหมดสติ ควรคูลดาวน์หลังออกกำลังกายด้วยการเดินหรือวิ่งช้าๆ เพื่อปรับร่างกายสู่สภาพปกติ แล้วดื่มน้ำอาร์ซีปิดท้าย เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำระหว่างออกกำลังกาย และช่วยขจัดอาการอ่อนเพลีย ต่อไป จะได้หมดข้ออ้างในการออกกำลังกายไงคะ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://variety.teenee.com/foodforbrain/img0/124862.jpg" alt="" /></p>
<p><strong><span style="color: #ff6600;">โชคดีที่อาการอ่อนเพลียเหล่านี้ป้องกันได้ เพียงปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสม ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังออกกำลังกาย ดังนี้ค่ะ</span></strong></p>
<p>Before ควรยืดเส้นยืดสายก่อนออกกำลังกายทุกครั้ง เช่น เดินอยู่กับที่ ยืนบิดเอว หรือหมุนหัวไหล่ ประมาณ 5-10 นาที เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ เอ็น และข้อต่อ ป้องกันการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้น</p>
<p>During เริ่มจากออกกำลังกายเบาๆ ใช้เวลาสั้น จากนั้นจึงทำมากขึ้นทีละน้อย เช่น เดิน 15 นาที แล้วค่อยๆ เพิ่มระยะทางและเวลาเดินในครั้งต่อไป</p>
<p>After อย่าหยุดออกกำลังกายกะทันหัน โดยเฉพาะในการออกกำลังกายประเภทใช้แรงมาก เนื่องจากจะทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทัน อาจเกิดอาการหน้ามืด หมดแรง และเป็นลมหมดสติ</p>
<p>ควรคูลดาวน์หลังออกกำลังกายด้วยการเดินหรือวิ่งช้าๆ เพื่อปรับร่างกายสู่สภาพปกติ แล้วดื่มน้ำอาร์ซีปิดท้าย เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำระหว่างออกกำลังกาย และช่วยขจัดอาการอ่อนเพลีย</p>
<p><strong>ต่อไป จะได้หมดข้ออ้างในการออกกำลังกายไงคะ</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://nichecartel.com/%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

